เมื่อเกิดน้ำท่วม ทรัพย์สินที่เคลื่อนย้ายไม่ได้อาจต้องปล่อยให้เสียหาย โดยเฉพาะ รถยนต์ ที่มีมูลค่าสูงและไม่สามารถยกขึ้นที่สูงได้ทัน ทำให้หลายคนต้องเร่งนำรถไปจอดตามอาคารสูง แต่ไม่ใช่ทุกคนจะทัน เราจึงมีวิธีดูแลรถหลังน้ำท่วมแบบเบื้องต้นมาช่วยลดความเสียหายและฟื้นสภาพรถให้ดีที่สุด
ตรวจดูเครื่องยนต์ว่าไม่มีเศษอะไรติดอยู่ที่ตัวเครื่อง จากนั้นใช้ไดร์เป่าผมเป่าเพื่อไล่ความชื้น หรือสเปรย์ไล่ความชื้นฉีดให้ทั่ว รวมถึงบริเวณใต้ท้องรถและล้อ
ฟิลเตอร์เครื่องปรับอากาศให้ฆ่าเชื้อออกให้หมด เพื่อคุณภาพของอากาศที่จะหมุนเวียนในรถตอนเปิดแอร์
เปิดประตูรถทั้งหมดเพื่อไล่ความอับชื้น และถอดเบาะทั้งหมด นำพรมปูพื้นเอามาซักทำความสะอาดให้เรียบร้อย เพราะถ้าทิ้งเอาไว้นานจะเหม็นอับอาจเกิดเชื้อราได้
น้ำมันเกียร์ น้ำมันเครื่อง ดูว่ามีสีชาหรือเปล่า ถ้าใช่แสดงว่ามีน้ำเข้าไปปนอยู่ด้วย ต้องรีบเปลี่ยนถ่ายทิ้งเพราะสนิมอาจขึ้นได้ แต่ถ้าหากเปลี่ยนไม่เป็น แนะนำอย่าทำเองนะครับ ให้ส่งเข้าศูนย์เพื่อให้ช่างที่เชี่ยวชาญทำตามขั้นตอน
แผงหน้าปัดรถยนต์ ควรตากแดดแรงๆ เพื่อไล่ความชื้น
ลูกปืนล้อทั้งหน้าและหลัง ควรนำออกมาล้างอัดจารบีใหม่ ตอนใส่กลับคืนต้องใส่ให้แน่นแบบพอดีนะ ไม่แน่นเกินไปจนล้อหมุนฝืด
เมื่อทุกอย่างแห้งสนิทก็ทยอยใส่ทุกอย่างที่ถอดออกมาจากห้องเครื่องเข้าที่เดิมให้เรียบร้อย ยกเว้นหัวเทียน ในกรณีรถยนต์เครื่องยนต์เบนซินหรือหัวฉีด แต่ถ้าเป็นเครื่องดีเซล ให้ใส่แบตเตอรี่ก่อนใส่ขั้วแบตเตอรี่ แล้วค่อยสตาร์ทเครื่อง ซึ่งในจังหวะแรก ถ้าเกจ์วัดยังไม่ทำงานไม่ต้องตกใจ ให้เปิดสวิตช์ค้างไว้แล้วมาดูที่ห้องเครื่อง ว่ามีควันหรือความร้อนเกิดขึ้นจากการใช้ไฟจากแบตเตอรี่หรือไม่ ถ้าไม่มีและทุกอย่างปกติ จึงค่อยบิดกุญแจเปิดสวิตช์
ในกรณีที่รถยนต์จมน้ำท่วมสูงมากจนถึงหลังคารถหรือท่วมทั้งคันเป็นระยะเวลานานหลายวัน หากไม่มั่นใจว่าจะแก้ไขได้หรือไม่ หรือตรวจสอบไม่ทั่วถึงในบางขั้นตอนแนะนำว่าให้นำรถเข้าศูนย์บริการ มิตซู ชูเกียรติกระบี่ เพื่อให้ช่างตรวจสอบระบบไฟฟ้าตามจุดต่างๆ ให้กลับมาใช้งานได้ตามปกติเช่นเดิม